วิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว

ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ไม่ใช่แค่เฉพาะสาว ๆ กันแล้ว กลายเป็นสิ่งที่ทุกเพศทุกวัย หันมาสนใจใช้ในการปกป้องดูแลผิวจากแสงแดดที่บ้านเรานับวันจะร้อนแรงมากขึ้นทุกที ครีมกันแดดจึงกลายมาเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมี และต้องใช้ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง แต่จะเลือกครีมกันแดดอย่างไรให้เหมาะกับผิว เพื่อสุขภาพผิวที่ดี สวยใส และท้าแดด

ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด  จัดเป็นเครื่องสำอางมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบี ที่มาจากแสงแดด ช่วยลดปริมาณรังสีอัลตราไวโอเลตที่จะมาถึงผิว โดยอาศัยคุณสมบัติของสารป้องกันแสงแดด

SPF คืออะไร?

SPF หรือ Sun Protection Factor ของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด คือ ค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวีบี (UVB) โดยทั่วไปสามารถใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 และเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือขณะเล่นกีฬาอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป

PA คืออะไร?

PA หรือ Protection grade of UVA หรือ UVAPF คือ ค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันอาการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวีเอ (UVA) โดยดูจากเครื่องหมาย “+” ซึ่งมีค่าตั้งแต่ PA+ ไปจนถึง PA++++ ซึ่งแสดงถึงระดับประสิทธิภาพจากน้อยไปหามาก

ครีมกันแดดควรเลือกให้เหมาะกับผิว จึงต้องใส่ใจในการเลือกให้ดี ซึ่งก็มีวิธีการเลือกให้เหมาะกับผิว ดังนี้


1.    เลือกตามการใช้งาน ควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำ ถ้าต้องอยู่กลางแดดนาน ๆ หรือต้องเล่นกีฬาที่มีเหงื่อออก ก็ควรเลือกที่มี SPF สูงและกันน้ำได้

2.   สังเกตค่า SPF ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไป สามารถป้องกันได้ทั้งแสง UVA และ UVB

3.   ป้องกันตัวเอง ด้วยครีมกันแดดไม่ได้ป้องกัน 100% ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดควบคู่ไปด้วย หรือหาอุปกรณ์การป้องกันแดดมาเป็นตัวช่วย เช่น หมวก ร่ม แว่นกันแดด เสื้อแขนยาว เป็นต้น

4.   จำนวนครั้งที่ทาต่อวัน ถ้าอยู่ในออฟฟิศ ห้องแอร์ วันละครั้งก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดด โดนลม จะต้องทาซ้ำเพิ่ม ถ้าว่ายน้ำหรือเล่นน้ำ ต้องทาทุก 2-3 ชั่วโมง

5.   ปริมาณ ทาครั้งละประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หรือทาครั้งละ 1 ข้อนิ้วมือ โดยให้ทาซ้ำ 2 รอบในแต่ละครั้งราคาหรือยี่ห้อ อาจไม่สะท้อนถึงคุณภาพของสินค้าเสมอไป แต่ควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งแล้ว และควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ 


ข้อมูลอ้างอิง :  

https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2110?fbclid=IwAR32p-hg25YAcwCo2Y6NYn75L5C_X3dp_3NOI8yv_7UU2cwL5NXYan2W4Rg

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (เผยแพร่ ณ วันที่ 09/03/2023)